images

ใครอยากรู้เชิญอ่านทางนี้….ขั้นตอนการแต่งงานตามประเพณี

ใครอยากรู้เชิญอ่านทางนี้….ขั้นตอนการแต่งงานตามประเพณี

เมื่อชายหญิงคู่หนึ่งตกลงแต่งงานกัน หลายคนคงอยากรู้ว่าในวันงานนั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง ตามประเพณีที่ถูกต้อง วันนี้ผู้เขียนจะมาเล่าถึงประสบการณ์และจากที่ได้เห็นงานแต่งงานที่ผ่านๆมา ซึ่งก็จะมีทั้งความสนุกสนาน ความครื้นเครง และความสุข เพราะถือว่าเป็นงามมงคลที่สำคัญในชีวิตเลยทีเดียว

เข้ามาสู่วันงานแต่งกันเลยจะดีกว่า ซึ่งจะกล่าวถึงการทำพิธีภายในงานกัน  คือหลังจากขบวนขันหมากเข้าสู่บริเวณพิธี หรือบ้านเจ้าสาวแล้ว เจ้าบ่าวซึ่งอยู่หลังขบวนขันหมากต้องรออยู่หน้าประตูบ้าน หรือประตูห้องพิธี  ในขณะยืนรอจะมีพิธีเช็ดรองเท้า ซึ่งในสมัยโบราณเป็นการล้างเท้า เพราะเจ้าบ่าวเดินย่ำโคลนกว่าจะถึงบ้านเจ้าสาว

ภาพ : quinl.com

 

จึงต้องล้างเท้าให้สะอาดก่อนเข้าบ้าน ทางฝ่ายเจ้าสาวจะจัดเด็กน่ารัก แต่งตัวสวย ๆ สองคนถือผ้าเช็ดรองเท้าก่อนเข้าห้องเจ้าสาวหรือเข้าห้องพิธี  ตามประเพณีรองเท้าจะต้องสะอาดก่อน เมื่อเช็ดแล้วเจ้าบ่าวจะมอบของขวัญให้ ซึ่งนิยมเป็นมอบเงินเป็นของขวัญ เสร็จแล้วก็เดินผ่านประตูเงิน ประตูทอง ก่อนเข้ามาทำพิธี

ซึ่งในทุกขั้นตอนการแต่งงาน ก็จะมีเถ้าแก่ อาจเป็นญาติผู้ใหญ่เป็นผู้นำเจ้าบ่าว เพื่อผ่านด่านประตูสร้อยเงินต่างๆ เข้าไป อาจจะมีตั้งแต่ 5-10 ด่านกันเลยทีเดียว  ซึ่งแต่ละด่านก็จะเป็นเพื่อนเจ้าสาว ญาติฝ่ายเจ้าสาว ถือสร้อยทองหรือเข็มขัดเงิน ขวางกันทางเดินไว้ โดยให้ฝ่ายชายทำการเปิดประตูด้วยของชำร่วยงานแต่งงาน หรือซองที่ใส่เงินไว้ก็ได้ จนกว่าจะถึงห้องที่เจ้าสาวซ่อนตัวอยู่

เมื่อผ่านประตูสร้อยต่างๆ จนมาถึงห้องที่เจ้าสาวอยู่แล้ว ก็จะเป็นการสู่ขอเจ้าสาวจากฝ่ายหญิง เพื่อเชิญตัวออกมา ทำพิธีพิธีหมั้น  รับไหว้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย   รดน้ำสังข์ ประกอบพิธีเรียงหมอน และส่งตัวเข้าสู่เรือนหอ  ซึ่งพิธีการเกี่ยวกับการหมั้นก่อนการสมรส จะเป็นความเชื่อในวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดกันมา  เป็นการแลกการสวมแหวนของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เมื่อหมั้นเสร็จจึงเป็นการรับไหว้ผู้ใหญ่ที่จะร่วมอวยพรคู่บ่าวสาวที่อยู่ภายในงาน

ทำการรดน้ำสังข์ ทำพิธีเข้าเรือนหอ โดยให้คู่ญาติผู้ใหญ่ที่นับถือหรืออยู่กินกันมาจนประสบความสำเร็จ เป็นผู้มาปูที่นอนและจัดห้องหอให้ ก่อนทำการนอนของคู่บ่าวสาว มีการโรยข่าวตอก กลีบกุหลาบ น้ำหอม อาจจะมีการโรยของมงคลบนที่นอน มากกว่านี้ก็แล้วแต่ละพื้นที่

หลังจากนั้นก็จะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองสมรส คือบางงานแต่ง จะทำพิธีตอนเช้าและกินเลี้ยงตอนเที่ยง หรือบางงาน ก็อาจจะจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสอีกครั้งในช่วงเย็นก็ได้ เพื่อเป็นความสะดวกสำหรับแขกที่ไม่สามารถมาร่วมงานในตอนกลางวันได้  คุณคงพอเข้าใจแล้วว่างานแต่งงานนั้นเป็นพิธีที่เป็นมงคลและเกิดจากความรัก อาจจะเหนื่อยหน่อยในวันงานแต่ก็จะอยู่ในความทรงจำของคู่บ่าวสาวไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นควรเตรียมความพร้อมให้ดีๆนะครับ

คุณพร้อมที่จะแต่งงานหรือยัง?

คุณพร้อมที่จะแต่งงานหรือยัง?

การแต่งงานเป็นประเพณีที่สำคัญสำหรับวิถีชีวิตของมนุษย์ เพราะเมื่อคนสองคนมีความรักให้แก่กัน จนถึงจุดที่อยากใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ก็เป็นการบ่งบอกว่าผู้ที่จะแต่งงานนั้นมีความพร้อม เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แล้ว  และพร้อมที่จะเป็นครอบครัวรับผิดชอบชีวิตซึ่งกันและกัน  รวมถึงลูกน้อยที่จะเกิดขึ้นมาเป็นโซ่ทองคล้องใจอีกด้วย

Married

การทำหน้าที่แสดงความสามารถตามบทบาทของตนเองในฐานะหัวหน้าของครอบครัว การแต่งงาน หมายถึง การที่ชาย – หญิง มีความรักใคร่ต่อกันจนสุกงอม มีความเห็นอกเห็นใจกันและพร้อมที่จะดำเนินชีวิตร่วมกัน เป็นครอบครัวอย่างสามีภรรยา การแต่งงานมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นประเพณีที่งดงาม แสดงถึงความ เจริญงอกงามทางวัฒนธรรมด้านจิตใจ และวัฒนธรรมทางด้านวัตถุของบรรพบุรุษของไทยเรา ที่มองการณ์ไกล

และมีความละเอียดอ่อน โดยธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตย่อมต้องการความรักความอบอุ่นทางเพศสัมพันธ์  และต้องการสืบสกุลต่อไปด้วย จึงทำให้เกิดความแตกต่างกันระหว่างคนกับสัตว์ ในขณะเดียวกันกฎหมายและประเพณีไทย เรามีการกำหนดกฎเกณฑ์ของบุคคลที่จะแต่งานได้ต้องมีเงื่อนไขอีกหลายอย่าง  เป็นการเปลี่ยนแปลงสถานภาพและวีถีชีวิตของคนสองคน ซึ่งต้องมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน เครือญาติ เดียวกัน ชีวิตจะเป็นสุขได้ต้องอาศัยการปรับตัว ความอดทน ความดี ความซื่อสัตย์

การแต่งงานเป็นการเริ่มต้นแห่งชีวิตครอบครัวของมนุษย์ที่อยู่รวมกันเป็นสังคม ผู้ที่จะมีชีวิตเป็นครอบครัวได้ คือ ชายหญิงที่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งได้เข้าพิธีแต่งงานเป็นตามจารีตประเพณีที่มีอยู่ในสังคมนั้น ๆ การแต่งงาน ในแต่ละภาคของประเทศไทยมีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น ภาคเหนือเรียกว่า กินแขก ภาคกลางบางท้องถิ่นเรียกว่า กินสามถ้วย ภาคใต้เรียกว่ากินงานและภาคอีสานเรียกว่า กินดอง ก็แล้วแต่ว่าจะเรียกงานแต่งงานนี้ว่าอย่างไร แต่ความหมายก็เหมือนกัน

หลายคนใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียวมานานการปรับตัวเมื่อต้องใช้ชีวิตคู่จึงสำคัญมาก นอกเหนือจากความรักที่ต้องมีแล้ว ยังมีเรื่องของการเก็บเงินของฝ่ายชายเพื่อไปสู่ขอฝ่ายหญิงที่เรียกว่าสินสอด คงเคยเห็นข่าวบ้างที่มีการปล้นทองเพื่อไปแต่งงานกันบ้าง ซึ่งถ้าเรายังไม่พร้อมขนาดนั้น ก็อย่าเพิ่งเร่งรีบแต่งงานไปเลยจะดีกว่า

ถ้าต้องแต่งงานแล้วยังต้องมาวิตก กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอีก ชีวิตคู่คงไม่มีความสุขเป็นแน่ พาลจะพากันทะเลาะไปเปล่าๆ ลองถามตัวเองดูดีกว่าว่าเรามีความพร้อมกันมากขนาดไหนทั้งฝ่ายชายและหญิง ในเมื่ออนาคตจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว การเปิดอกคุยกันคงเป็นเรื่องที่ดี และทำให้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น คลี่คลายไปได้มากกว่าอีกด้วย